สรุปคำเทศนา พระพรแห่งการให้เกียรติของการขับเคลื่อนคริสตจักรแบบอัครทูต

สรุปคำเทศนาวันอาทิตย์ที่  22 กรกฎาคม 2012   "พระพรแห่งการให้เกียรติของการขับเคลื่อนคริสตจักรแบบอัครทูต"
ทำความเข้าใจถุงหนังใหม่ : ถุงหนังคือภาชนะที่ทำจากหนังสำหรับใส่เหล้าองุ่น  ถุงหนัง ใหม่  มีความยืดหยุ่น ที่ให้เหล้าองุ่นหมักใหม่ ขยายตัว    พระสิริ ของพระเจ้า  คือ  เหล้าองุ่นใหม่  ถุงหนังคือ คริสตจักร  พระเจ้าบอกถึงองค์ประกอบหลัก 5 อย่าง เพื่อทำให้คริสตจักรกลายเป็นถุงหนังของพระเจ้าใน  อฟ.4:11-12
 
 
1.การให้เกียรติเป็นหลักการของสวรรค์– พระเจ้าวางระบบไว้ :  
ตรีเอกานุภาพ :  พระบิดาให้เกียรติพระบุตร ( ยน. 8:54) , พระบุตรให้เกียรติพระบิดา – ไม่ทำตามอำเภอใจ (ยน. 5:30 ,ยน. 6:38)  พระวิญญาณให้เกียรติพระบุตร  ทรงลงมาสถิต / เจิม  อยู่ด้วย  (มธ. 3:16 ,อสย.11:2 ) พระเยซูคริสต์ให้เกียรติพระวิญญาณ – ทรงยอมรับว่าทำหมายสำคัญด้วยฤทธิ์เดชอำนาจของพระวิญญาณบริสุทธิ์ (มธ.12:25-28,มธ.12:31-32)
ทูตสวรรค์ให้เกียรติต่อระบบสิทธิอำนาจ : ทูตสวรรค์มีระบบสิทธิอำนาจเป็นลำดับชั้น (ยด. 1:9 )
ผู้อาวุโสต่อหน้าบัลลังก์  - ให้เกียรติพระเจ้าทรุดตัวลงถวายคำสรรเสริญ  (วว.4:9-11)

2. การให้เกียรติอยู่บนหลักการแห่งการยอมรับ: ต้นแบบ : พระเจ้าทรงยอมรับในสิ่งที่เราเป็น (สดด. 51:17) 
2.1 การยอมรับบุคคลในสิ่งที่ตัวตนของเขาเป็นอย่างแท้จริง  
หลักการแห่งการให้เกียรติ:การยอมรับในสิ่งที่บุคคลนั้นเป็นจริงๆจะทำให้เราวางตัวปฏิบัติต่อเขาในสิ่งที่เขาควร
จะได้รับ และเราเองจะได้รับบำเหน็จ หรือรางวัลจากสิ่งที่พวกเขาเป็นในชีวิตของเรา เช่นการให้เกียรติบิดามารดา 
การยอมรับของผู้คนในสังคม :  มองตามมาตรฐานที่เขาคิด คือ มีเงิน มีฐานะ มีการศึกษา และหน้าตา
หลักการพระเจ้าพูดว่าอย่างไร:  พระเจ้าให้เกียรติทุกคน แม้คนที่สังคมมองว่าเล็กน้อย (มธ. 18:10)
เหตุที่คนไม่ให้เกียรติผู้อื่น: 1) ไม่รู้ว่าตัวเองมีเกียรติ  2) เกรงว่าหากให้เกียรติไป เกียรติของเราเองจะด้อยค่าลง 3) ไม่มีความมั่นคงในจิตใจ/บาดเจ็บ  4) มุมมองว่าผู้อื่นด้อยค่ากว่าตัวเอง
กุญแจคือ  ยอมรับในความเป็นตัวตนจริง ๆ ของบุคคลนั้น ซึ่งในแต่ละคนพระเจ้าให้อัตลักษณ์และบทบาทแก่ผู้นั้นอย่างเจาะจง เช่น สามี ภรรยา , ผู้เชื่ออยู่ร่วมกันได้แม้แตกต่าง 
ชื่อเรียก ตำแหน่ง บทบาทเป็นสิ่งที่สำคัญ เช่น เป็นแม่  เป็นพ่อ  เป็นลูกชาย  เป็นลูกสาว  เป็นอัครทูต  เป็นผู้เผยพระวจนะ  เป็นคริสเตียน  เป็นมนุษย์  ชื่อเรียกเหล่านี้บอกให้ทราบถึงบทบาทและอัตลักษณ์ของบุคคล และเมื่อมีการใช้ หรือปฏิบัติอย่างถูกต้อง ก็จะสถาปนาความสัมพันธ์ที่พระเจ้าได้ออกแบบ นี่คือ ความสัมพันธ์ที่ดึงดูดให้การทรงสถิตและฤทธิ์อำนาจของพระเจ้าลงมา (โรม 13:7 )  
ตำแหน่งต่างๆในคริสตจักรถูกกำหนดโดยพระเจ้า พระองค์จัดวางตำแหน่งบางตำแหน่งของของประทานให้สูงกว่าหรือมีเกียรติกว่าบางตำแหน่ง (ไม่ใช่เรื่องคุณค่า) 1คร.12:18,23,26,31)  บางคนถูกเรียกให้อยู่ในตำแหน่งแรกที่เป็นเหมือนผู้กรุยทางหรือบุกเบิก(Forerunner)  1 โครินธ์ 12:28   บอกถึงตำแหน่งแรกสุดของคริสตจักรคืออัครทูต  ….. และพระเจ้าได้ทรงโปรดตั้งบางคนไว้ในคริสตจักร  คือหนึ่งอัครทูต  สองผู้เผยพระวจนะ  สามครูบาอาจารย์  แล้วต่อจากนั้นก็มีผู้กระทำการอันเป็นอิทธิฤทธิ์  ผู้รักษาโรค  ผู้อุปการะ  ผู้ครอบครอง  และผู้รู้ภาษาแปลกๆ  นี่เป็นระเบียบหรือคำสั่งของพระเจ้า(Divine Order)ในการรับใช้ที่ให้แก่คริสตจักร 
มีพระปัญญาของพระเจ้าที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังระเบียบหรือคำสั่งนี้ มันไม่ใช่การยกชูมนุษย์หรือยกชูเนื้อหนัง  พระเจ้ามีพระประสงค์ในทุกสิ่งที่พระองค์บอกและทรงกระทำ และพระองค์ไม่เคยผิดพลาด
ระเบียบของพระเจ้า : ในทุกของประทานมีบทบาทที่ชัดเจนในการขับเคลื่อนให้เกิดสิ่งดีที่สุดในระเบียบของพระเจ้า เมื่อใดก็ตามที่คริสตจักรละเลยระเบียบนี้ จะส่งผลให้คริสตจักรไม่สามารถมุ่งหน้าสู่เป้าหมายแห่งความสำเร็จตามพระบัญชาของพระเจ้าได้  เมื่อทุกสิ่งไม่เข้าที่ก็จะส่งผลต่อการไร้ระบบระเบียบและเกิดความวุ่นวายสับสน
การเจิมและฤทธิ์อำนาจของพระเจ้าไหลผ่านระบบระเบียบของพระองค์ เหมือนการเจิมไหลผ่านศีรษะของอาโรนไปที่หนวดเครา และไหลต่อไปจนถึงชายเสื้อ  (สดุดี 133:2)    ศีรษะเป็นภาพของสิทธิอำนาจ  (อฟ. 5:23)   ลำดับเป็นเหมือนฐานของสิทธิอำนาจ เช่นเดียวกับสิทธิอำนาจของคริสตจักร  ตำแหน่งสิทธิอำนาจแรกสุดที่พระเจ้าให้แก่คริสตจักรคืออัครทูต สองคือผู้เผยพระวจนะ สามอาจารย์….
ลำดับแรกบ่งบอกถึงอะไรบ้าง? 1.การให้เกียรติมากกว่า/ก่อน 2.ความสำคัญมากกว่า ( 1 คร 3: 10, อฟ 2:20) 3.สิทธิอำนาจสูงกว่า (คส 1:18, 2 คร 13:10, 1 คร 7:17)
คริสตจักรยุคแรก ไม่เคยเริ่มต้นคริสตจักรโดยศิษยาภิบาล แต่เริ่มต้นโดยอัครทูตและผู้เผยพระวจนะ, ผู้ประกาศ, ศิษยาภิบาล, อาจารย์ และผู้เชื่อ อื่น ๆ ถูกสร้างบนรากฐานที่ถูกวางไว้   อัครทูตเป็นเหมือนพ่อฝ่ายวิญญาณและคนหลักของงานรับใช้ต่าง ๆในคริสตจักรเกี่ยวข้องในทุกแวดวงชีวิตของผู้เชื่อ  อัครทูตได้รับพระคุณที่จะขับเคลื่อนในของประทานในอีก 4 ของประทานได้ รวมทั้งปลดปล่อยและจัดวางของประทานทั้ง 4 ให้เกิดขึ้น  และให้การตัดสินใจในภาพรวมทั้งหมดของคริสตจักร แม้ในเรื่องของการบริหารการเงิน  (กจ.4:35,37) 
-การขับเคลื่อนของอัครทูต  เป็นการจัดเตรียมและเปิดทางให้กับ   การขับเคลื่อนของผู้เผยพระวจนะ 
-การขับเคลื่อนของผู้เผยพระวจนะ  เป็นการจัดเตรียมและเปิดทางให้กับ   การขับเคลื่อนของของประทานอาจารย์
แต่ละตำแหน่งนำหน้าและเตรียมทางให้กับอีกของประทานอื่นที่จะตามมา แต่ละของประทานและการรับใช้ถูกกำหนดโดยพระเจ้าโดยวิธีการเหล่านี้เพื่อเปิดทางให้สำหรับของประทานอื่นๆที่จะตามมา
อัครทูตอันดับแรก : คริสตจักรของพระคริสต์คือคริสตจักรที่ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนแบบอัครทูตเป็นอันดับแรกของความเข้าใจและความสำคัญ หมายถึงการให้สำคัญสูงสุดตามเนื้อแท้ของความเป็นจริง
การเจิมแบบอัครทูตมักสะท้อนออกมาในการเจิมของการปกครองคริสตจักร  นำทิศทาง  การรักษาไว้ และจูงใจคริสตจักรให้มุ่งสู่การทำให้พระมหาบัญชาสำเร็จ  ของประทานและการเจิมแบบอัครทูตควรเป็นหัวใจหลักของคริสตจักร  เป็นศูนย์กลางและใจกลางของการขับเคลื่อนคริสตจักรที่ทำให้ส่วนต่าง ๆ ถูกรวบรวมเข้ามาและถูกจัดให้เป็นหมวดหมู่  การขับเคลื่อนแบบอัครทูตเป็นสิ่งจำเป็นและไม่สามารถถูกแยกจากคริสตจักรได้และไม่ใช่ทางเลือกของคริสตจักรแต่เป็นสิ่งที่จำเป็นและความต้องการของคริสตจักร
 
2.2 การยอมรับบุคคลในบทบาทตำแหน่งที่พระเจ้าวางเขาไว้ :  ยอมรับอัครทูตและผู้เผยพระวจนะ

เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ เพราะเป็นเหมือนช่องทางปลดปล่อยพระพรมากมายลงมา  การยอมรับและเข้ามาเชื่อมกับ อัครทูต เป็นสิ่งที่เราต้องเรียนรู้อย่างยิ่งในการเคลื่อนแบบถุงหนังองุ่นใหม่ เช่น  ในสมัยกิจการ ผู้เชื่อให้เกียรติต่ออัครทูต นำเงินมาวางไว้แทบเท้า แล้วอัครทูตจึงได้แจกจ่ายดูแลทุกคนตามที่ต้องการ พระพรไหลออกไป ไม่มีใครขัดสน  (กจ.4:33-35)  การวางลงที่เท้าสื่ออะไร? : คือภาพของการยำเกรง เคารพสิทธิอำนาจ   และใน 1 คร.12 อาจารย์เปาโลได้พยายามอธิบายให้เห็นรูปแบบการปกครองของสวรรค์ ท่านทำให้เห็นลำดับ 1, 2 , 3…อย่างชัดเจน  ซึ่งสอดคล้องกับ อฟ.2:17-22 ที่อัครทูตและผู้เผยพระวจนะนั้นมาก่อน ในการสร้างคริสตจักร
คริสตจักรต้องวางรากฐานบนรากอัครทูตและผู้เผยพระวจนะ นี่คือแบบที่พระเจ้าวางไว้ เพื่อทำให้พระกายพระคริสต์ได้ถูกสร้างขึ้น เป็นวิหารอันบริสุทธิ์และเป็นที่แห่งการทรงสถิตของพระเจ้า และหลายครั้งการออกไปตั้งคริสตจักรเป็นไปด้วยเหตุผลแบบมนุษย์ไม่ใช่เหตุผลในฝ่ายวิญญาณแต่พระเจ้าเตือนเราไม่ให้ดำเนินชีวิตด้วยปัญญาแบบโลก(ยก3:13-18)
พันธกิจของอัครทูตคือ สถาปนาสิ่งเหนือธรรมชาติบนสวรรค์ให้เกิดขึ้นบนโลก
อัครทูตมีอะไรถึงจะสามารถทำสิ่งนี้ได้ คือ   อัครทูตมีสิทธิอำนาจที่ไม่ธรรมดาจากพระเจ้า ( 2 คร 10:8)
พระเจ้ากำลังให้สิทธิอำนาจของอัครทูตผงาดขึ้นในวาระสุดท้าย  นิยามของอัครทูต:เอกอัคราชทูตของพระคริสต์ ซึ่งเป็นตำแหน่งทางการทูตที่สูงสุดที่ถูกส่งมาเป็นตัวแทนโดยสิทธิอำนาจสูงสุดของรัฐบาลแห่งสวรรค์
อัครทูตได้สร้างให้เกิดสภาพแวดล้อม หรือบรรยากาศต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ในคริสตจักร
1) บรรยากาศที่ให้ความสำคัญกับการนมัสการและการเจิมที่เหนือธรรมชาติ การทรงสถิตของพระเจ้าเป็นหัวใจสำคัญ 
2) บรรยากาศที่ธรรมิกชนถูกส่งออกไป เพื่อทำลายอำนาจกิจการของความมืด
3) บรรยากาศแห่งความชื่นชมยินดี  
4) บรรยากาศที่คนเข้ามาสัมพันธ์สนิทกับพระเจ้าด้วยความรัก
5) บรรยากาศที่พระกายของพระคริสต์ถูกสร้างขึ้นและถูกฝึกฝนให้เป็นเจ้าสาวที่มีสง่าราศี เป็นเจ้าสาวที่มีชัยชนะ
6) บรรยากาศที่คริสตจักรลุกขึ้นตื่นตัวและส่งอิทธิพล
7) บรรยากาศที่คนรุ่นต่าง ๆ ถูกฝึกฝนที่จะมีชีวิตที่สำแดงอาณาจักรของพระเจ้าออกไป
ภายใต้บรรยากาศที่ขับเคลื่อนด้วยอัครทูต เราจะเห็นชีวิตแห่งการอธิษฐาน การนมัสการ การทำหมายสำคัญการอัศจรรย์ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เกิดขึ้นจนกลายเป็นเรื่องปกติในชีวิต และจำเป็นต้องมีของประทานอื่น มาเสริมการทำงานของอัครทูต เพื่อไม่ให้เกิดช่องโหว่  เพื่ออัครทูตจะมีอิสรเสรีภาพที่จะทำตามเสียงของสวรรค์ ไปตามการทรงเรียกได้อย่างเต็มที่

บัญชีธนาคารของคริสจักร

 

 

 

แผนที่ออฟฟิศ